head-banrongjaroen-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
วันที่ 25 มกราคม 2022 4:10 PM
head-banrongjaroen-min
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
หน้าหลัก » นานาสาระ » โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2

โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2

อัพเดทวันที่ 13 พฤศจิกายน 2020

โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2

โทรศัพท์

 

โทรศัพท์ โลกของเรามีการนำ โทรศัพท์ เคลื่อนที่หรือเรียกอีกชื่อว่าระบบโทรศัพท์ระบบเซลลูลาร์ มาให้บริ การสื่อสาร ประมาณสี่สิบปีมาแล้ว โดยแบ่งระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกเป็นแต่ละรุ่นหรือ Generation เริ่มตั้งแต่รุ่นที่ 1

และมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาตั้งแต่รุ่นที่ 1 มาเป็นรุ่นที่ 2, รุ่นที่ 3, รุ่นที่ 4 ปัจจุบันที่เริ่มมีการให้บริการแล้วคือรุ่นที่ 5 ส่วนรุ่นที่ 6 กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาพัฒนาและการทดสอบ ในบทความนี้ผมจะนำท่าน

กลับไปที่จุดเริ่มต้นของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงเวลาแรกๆ ของการนำมาให้บริการ ด้วยภาษาแบบที่เข้าใจได้ง่าย

อดีตบริการเป็นของโทรศัพท์บ้าน

การติดต่อสื่อสารในสมัยก่อนที่จะมีโทรศัพท์เคลื่อนที่คือการใช้โทรศัพท์บ้าน ซึ่งเป็นโทรศัพท์แบบที่อยู่กับที่หรือเฉพาะจุดไม่สามารถสื่อสารกันแบบที่มีการเคลื่อนที่ได้

ความสามารถของโทรศัพท์บ้านคือการสื่อสารด้วยเสียงและการส่งแฟกซ์เท่านั้น เทคโนโลยีของโทรศัพท์บ้านจะหยุดอยู่ที่ระบบ SPC หรือ Store Program Control ซึ่งยังคงให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ในบ้านเราอยู่ในการให้บริการของบริษัททีโอทีจำกัดทั้งหมด

โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1

ในการพัฒนาระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่เริ่มแรก ไม่เคยมีการกำหนดว่าเป็นรุ่นที่เท่าไร เพราะเป็นการเริ่มต้นพัฒนาเท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาความสามารถของระบบให้มีมากขึ้น

จึงมีการแบ่งรุ่นของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในภายหลัง เมื่อเริ่มต้นโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังส่งสัญญาณแบบอนาล็อคอยู่ และมีความสามารถเพียงการโทรออกและการรับสายที่เรียกเข้ามา

จากโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยกันเท่านั้น ยังไม่สามารถทำการส่งข้อมูลหรือส่งเอสเอ็มเอสได้ โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 เริ่มนำมาให้บริการ ประมาณปี พ.ศ. 2525

ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 มีเทคโนโลยีที่ใช้กันอยู่ 2 ระบบ

ระบบแรกคือระบบ NMT หรือ Nordic Mobile Telephone ทำงานที่ความถี่ 470       เมกะเฮิร์ต ระบบนี้พัฒนาขึ้นมาทางประเทศในยุโรปแถบแสกนดิเนเวีย ระบบนี้เป็นระบบที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนำมาให้บริการเป็นรายแรกในประเทศไทย เรียกว่าระบบ NMT470

เครื่องโทรศัพท์ลูกข่ายจะเป็นแบบกระเป๋าถือติดตั้งในรถยนต์หรือแบบตั้งกับพื้นได้ แต่ภายหลังทางองค์การโทรศัพท์ได้ปรับปรุงมาเป็นระบบ NMT900 ที่ทำงานที่ความถี่ 900  เมกะเฮิร์ต ซึ่งใช้เครื่องโทรศัพท์ลูกข่ายขนาดเล็กลง และให้สัมปทานแกบริษัทเอไอเอสจำกัด นำระบบนี้มาให้บริการในชื่อ Cellular 900

ระบบที่สองคือระบบ AMPS หรือ Advance Mobile Phone System ทำงานที่ความถี่ 800 เมกะเฮิร์ต การสื่อสารแห่งประเทศไทยนำระบบนี้มาให้บริการเรียกว่าระบบ AMPS800

ระบบนี้เครื่องโทรศัพท์ลูกข่ายจะมีขนาดเล็กกว่าระบบแรก และถือติดตัวไปได้สะดวกกว่าจึงได้รับความนิยมมากกว่า NMT470 ต่อมาการสื่อสารฯ ให้สัมปทานกับบริษัทแทค จำกัด นำระบบนี้มาให้บริการในชื่อ Worldphone 800

เครื่องโทรศัพท์รุ่นแรกๆ สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 1 ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อ         โมโตโรล่ากับอิริคสัน

โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 2 หรือ 2G

โทรศัพท์เคลื่อนที่ในรุ่นที่สองหรือ 2G คือการนำการระบบดิจิตอลเข้ามาแทน ระบบอนาล็อค เรียกว่า GSM หรือ Global System for Mobile Telecommunication เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เทคนิคการเข้ารหัสแบบ FDMA และ

Frequency Division Multiple Access และ TDMA หรือ Time Division Multiple Access และ CDMA หรือ Code Division Multiple Access ในการส่งข้อมูล ทำให้เป็นการสื่อสารแบบดิจิตอลทั้งระบบ 

องค์การโทรศัพท์ฯ ให้สัมปทานแก่บริษัทเอไอเอสนำระบบ GSM ที่ความถิ่ 900       เมกะเฮิร์ตมาให้บริการในชื่อ GSM Advance ส่วนการสื่อสารฯ ก็ได้ให้สัมปทานแก่บริษัทแทคนำระบบ GSM ที่ความถี 1800 เมกะเฮิร์ต

มาให้บริการในชื่อ Worldphone 1800 ต่อมาจึงได้มีการเพิ่มการให้บริการใน ระบบพร้อมใช้บริการหรือ Prepaid โดยบริษัทเอไอเอสนำมาให้บริการในชื่อ One-2-Call ส่วนบริษัทแทคนำมาให้บริการในชื่อ Dpromt 

ต่อมาบริษัททีเอออร์เรนจ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมระหว่างเทเลคอมเอเชียกับออเรนจ์ของยุโรป ได้เริ่มเข้ามาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ GSM ที่ความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตด้วยเช่นกัน แต่ภายหลังบริษัทออเรนจ์ได้ถอนตัวออกไป

และส่งมอบลูกค้าทั้งหมดให้แก่บริษัทเทเลคอมเอเชีย ภายหลังบริษัทเทเลคอมเอเชีย จำกัด จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น                 บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด และให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในชื่อ TRUE MOVE

นอกจากนี้ยังมีบริษัทไทยโมบายจำกัดที่เป็นการร่วมทุนกันระหว่างระหว่างบริษัททีโอทีฯ กับบริษัทกสทโทรคมนาคมฯ นำระบบ GSM ที่ความถี่ 1900 เมกะเฮิร์ต มาให้บริการเช่นกันแต่ไม่เป็นที่นิยมกันนัก

นอกจากการให้สัมปทานกับบริษัทแทคและร่วมทุนกับบริษัททีโอทีฯ ในชื่อบริษัท   ไทยโมบายแล้ว บริษัทกสทโทรคมนาคมฯ ยังได้นำระบบ CDMA หรือ Code Division Multiple Access ที่ความถึ่ 800 เมกะเฮิร์ต

มาให้บริการในชื่อ CAT CDMA และยังให้สัมปทานแก่บริษัทอัชชินสันซีเอทีไวเลส จำกัด นำระบบ CDMA ความถึ่ 800 เมกะเฮิร์ต มาให้บริการในชื่อ HUTCH ด้วย

สำหรับเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลูกข่ายของระบบ 2G จะเป็นเครื่องโทรศัพท์แบบดิจิตอล และยี่ห้อที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือโนเกีย นอกนั้นยังมี อิริคสัน, โมโตโลร่า, ซีเมนส์,       โซนี่อิริคสัน, LG และซัมซุง 

พัฒนาต่อเป็น 2.5G

นอกเหนือจากการให้บริการเสียงแล้วเพื่อรองรับบริการสื่อสารข้อมูลจึงได้มีการพ้ฒนาจาก 2G เป็น 2.5G ขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยี GPRS หรือ General Packet Radio Service

ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดที่ 115 กิโลบิตต่อวินาที แต่ในการนำมาให้บริการจริงจะได้ความเร็วประมาณ 20 – 40 กิโลบิตต่อวินาที

พัฒนาต่อไปเป็น 2.75G

ภายหลังได้มีการต่อยอดเทคโนโลยี GPRS ออกไปเป็นเทคโนโลยีที่ชื่อ EDGE หรือ

Enhanced Data Rate for Global Evolution และเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 2.75G ซึ่งสามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้นไปถึง 384 กิโลบิตต่อวินาที แต่ในการนำมาให้บริการจริงจะได้ความเร็วประมาณ 80 – 100 กิโลบิตต่อวินาที

แม้ว่าจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี GPRS หรือ EDGE ขึ้นมา แต่ก็ยังประสบปัญหาในการนำมาให้บริการร่วมกับเทคโนโลยีของ 2G ทั้ง GSM และ CDMA เพราะในการให้บริการจริงหากมีการใช้งานร่วมกันจะต้องแย่งช่องสัญญาณ

กันทำให้ได้ความเร็วในการส่งข้อมูลได้ไม่เต็มและไม่รองรับความต้องการสื่อสารข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อง แต่อย่างไรก็ดีทั้ง GPRS และ EDGE ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาต่อไปเป็น 3G ต่อไป

ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่จาก 2G เป็น 3G แล้ว ผู้ให้บริการทั้งหมดจึงหยุดการขยายโครงข่าย 2G และพยายามเชิญชวนให้ลูกค้าในระบบ 2G ย้ายมาใช้บริการในเครือข่ายใหม่แต่ยังมีลูกค้าบางส่วนยังต้องการอยู่ในระบบ 2G ต่อไป 

ในโอกาสหน้าผมจะนำเรื่องของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 3 ซึ่งเป็นการรองรับการสื่อสารแบบไร้สายเต็มรูปแบบมานำเสนอต่อไป

 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ