head-banrongjaroen-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
วันที่ 25 มกราคม 2022 2:43 PM
head-banrongjaroen-min
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
หน้าหลัก » นานาสาระ » สังคมแบบบริโภคนิยมของไทย

สังคมแบบบริโภคนิยมของไทย

อัพเดทวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020

สังคม แบบบริโภคนิยมของไทยสังคม

สังคม ไทยถูกมองว่าเป็นสังคมแห่งการเสพและบริโภค สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ได้รับการตีค่าจากคนที่อยู่ในสังคมไทยเอง คนที่เฝ้าดู ความเป็นไปของสังคม และวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลามักจะเฝ้ามองความเป็นไปเหล่านี้ด้วยความกังวล ที่เห็นการบริโภคแบบด้อยคุณภาพทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณเกิดขึ้นทั่วไปในสังคมไทย กล่าวอีกนัยหนึ่งว่าลักษณะการบริโภคหรือการเสพภายใต้สังคมไทยปัจจุบันไม่เป็นไปในทาง
ที่พัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางสายกลางตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เลย

แต่เดิมมาพื้นฐานของสังคมไทยคือสังคมเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีการผลิตทางภาคการเกษตรเป็นหลักเพื่อเลี้ยงตนให้พออยู่รอดและมีเหลือเจือจานซึ่งกันและกันโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว เมื่อมีระบบเศรษฐกิจการค้าและเงินตราเกิดขึ้น การค้าขายเพื่อแลกเปลี่ยนกันเป็นเงินตราเพื่อทำการจับจ่ายใช้สอยนั้นจึงเข้ามาแทนการแลกเปลี่ยนแบ่งปันแบบเดิม นี่เป็นผลมาจากการเริ่มเข้ามาของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม จากนั้นจึงมีการพัฒนาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและการอุตสาหกรรม

เพื่อให้สามารถเพิ่มพูนผลผลิตเพื่อสร้างผลกำไรทางการค้าขายซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบทุนนิยมเสรี แต่ความต้องการพื้นฐานของการบริโภคก็ยังไม่มากถึงขนาดว่าจะต้องผลิตเพื่อขายให้ได้มากเสียจนเกินกำลังหรือเกินความเหมาะสมพอเพียงในสภาพสังคมเวลานั้น

การก้าวเข้ามาของแนวทางด้านทุนนิยมเสรีและค่านิยมบริโภคนิยมทำให้พื้นฐานเดิมของสังคมไทยถูกทำให้เบี่ยงเบนไป การผลิตเพื่อให้เพียงพอในการบริโภคและมีเหลือเพื่อแบ่งบันซึ่งเป็นรูปแบบของชีวิตที่อยู่บนพื้นฐานของความเอื้ออาทรของสังคมไทย ถูกแทนที่ด้วยการผลิตปริมาณมากเพื่อจำหน่าย โดยหวังผลกำไรเป็นจุดประสงค์หลัก โดยที่การพัฒนาด้านการผลิตนั้นมุ่งไปที่การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพในเชิงบริโภคเกินความจำเป็น เน้นการพัฒนาเพื่อความฟุ้งเฟ้อและขาดจิตสำนึกในเชิงคุณธรรมที่พอเหมาะพอดีเพื่อให้เกิดความสมดุลในเชิงทรัพยากร

สิ่งนี้เกิดขึ้นจากค่านิยมการบริโภคจนเกินพอดี การแข่งกันในเรื่องความฟุ้งเฟ้อและสร้างภาพด้านสถานะทางสังคมโดยไม่คำนึงถึงความพอดีและพอเหมาะในการแบ่งบันการใช้ทรัพยากรให้ทั่วถึง เป็นผลให้เกิดสิ่งของที่เป็นขยะส่วนเกินจำนวนมากเพื่อรอการกำจัด ในขณะที่ผู้คนมากมายอดอยากและขาดอาหารที่มีคุณภาพเพียงพอและคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมากถูกละเลยและล้มเหลวในการพัฒนาให้ดีขึ้น

การเติบโตขึ้นของเศรษฐกิจที่เน้นความเป็นทุนนิยม โดยละเลยคุณค่าของวัฒนธรรมพื้นฐาน
ของชาติไทยเรา ที่เน้นความเอื้ออาทรและความมีอุดมการณ์ที่สัตย์ซื่อต่อกันถูกมองว่าเป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าทางธุรกิจ การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งการได้เปรียบในเชิงธุรกิจหรือการช่วงชิงโอกาสทางการตลาดและการทำกำไร

โดยมิได้คำนึงถึงความถูกต้องและความพอเพียงกลายเป็นค่านิยมที่เกิดขึ้นอยู่เสมอจนดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยอมรับว่าเป็นความจำเป็นในการทำธุรกิจและเป็นสิ่งที่ยอมรับกันได้
การวิ่งเต้นเสนอตัวเข้าหาผู้มีอำนาจในทางการเมืองและทางหน่วยงานราชการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ

ประโยชน์เหนือคู่แข่งขันทางธุรกิจมีให้เห็นจนเป็นเรื่องที่เคยชินและเป็นเรื่องธรรมดา การที่จะปลูกฝังค่านิยมที่ยึดมัน่ ในความถูกต้องและคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจถูกละเลย นี่คือสิ่งที่เป็นจริงในการทำธุรกิจเพื่อสนองค่านิยมการบริโภคเกินความจำเป็นพื้นฐานของสังคม จนละเลยคุณค่าทางจริยธรรมหรืออุดมการณ์แห่ง
ความถูกต้องไปแล้ว

เมื่อการแข่งขันในเชิงผลิตเพื่อบริโภคและแสวงหากำไรเป็นมาตรฐานทางการดำเนินธุรกิจ การแข่งขันกันทางการตลาดเพื่อส่งเสริมให้เกิดความต้องการในเชิงบริโภคซึ่งเกินจำเป็นจึงเกิดขึ้น สินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดถูกผลิตออกมาให้สนองความต้องการจนเกินขอบเขตของปัจจัยพื้นฐานที่มีคุณค่าต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพ ผู้บริโภคอย่างเราเป็นเหมือนปลาที่รอกินเหยื่อที่ผู้ประกอบการธุรกิจนำมาล่อ

ทั้ง ๆที่รู้ว่านี่คือสิ่งที่ฟุ่มเฟือยและอยู่นอกเหนือปัจจัยพื้นฐาน แต่ความที่ถูกหล่อหลอมมอมเมาด้วยค่านิยมเทียมจากสื่อโฆษณาต่างๆ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด ทำให้ค่านิยมเหล่านี้ถูกฝังลึกลงไปจนเป็น
ส่วนหนึ่งของความต้องการปกติไปแล้ว จนดูเหมือนว่าทุกวันนี้เราคือทาส

ของลัทธิบริโภคนิยมแบบถอนเนื้อถอนตัวไม่ขึ้น ค่านิยมในการเป็นผู้เสพสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเทคโนโลยี ยกตัวอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังโดยเฉพาะที่นำเข้าจากต่างประเทศ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงลักษณะความเป็นสังคมบริโภค (Consumer Society) ของคนไทย

เราจึงเห็นเด็กวัยรุ่นแข่งขันกันว่าใครมีโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด คนหนุ่มสาวแข่งขันประกวดกันในเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย บางคนก็อวดกันเรื่องว่ารถยนต์ของใครหรูและแรงกว่ากัน

สังคมไทยควรต้องหันกลับมามองคุณค่าของการใช้ชีวิตที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและมีความพอเพียงพอดี เราจะต้องลดเลิกพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพ ลดความฟุ่มเฟือยที่เกิดจากการบริโภคเกินจำเป็นที่เป็นไปตามค่านิยมการเสพแบบบริโภคนิยม

รวมทั้งรับผิดชอบร่วมกันในการใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตอย่างรู้คุณค่า รวมถึงไม่สร้างพฤติกรรมการบริโภคใดๆที่ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเห็นคุณค่าของการอดออมเพื่อเป็นการเพิ่มหลักประกันในชีวิตเพื่อความเข้มแข็งของประเทศชาติ เห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตที่อิงอยู่กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ดังที่บรรพบุรุษของเราเคยดำเนินชีวิตแบบนี้กันมาอย่างมีความสุข

ที่สำคัญที่สุดคือต้องเร่งสร้างค่านิยมให้เห็นถึงผลร้ายของลัทธิการเสพแบบบริโภคนิยมที่ส่งผลในภาพรวมให้เกิดความอ่อนแอของประเทศชาติ ทำให้ประเทศของเราต้องเสียเงินตราในการนำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภคหรือนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเทคโนโลยีที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยเข้ามาเพื่อบริโภคตามกระแสสังคม

รัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมการนำเข้าอย่างมีวิสัยทัศน์ เราต้องพร้อมที่จะปรับปรุงสังคมของ
ไทยให้เป็นสังคมคุณภาพ สังคมที่สมาชิกมีคุณภาพในการดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตรและเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่มีความเท่าเทียมกันและมีความเอื้ออาทรต่อกัน เราต้องเลิกดูถูกภูมิปัญญาชาวบ้านและมองสังคมในเชิงวิเคราะห์ให้เห็นข้อดีของการอยู่ร่วมในสังคมโดยแบ่งปันกันและไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ในขณะเดียวกันต้องปลูกฝังความคิดการแสวงหาความรู้สู้สิ่งยากตามแนวทางของพุทธศาสนา เพื่อผลักดันให้สังคมไทยสามารถเติบโตต่อไปในในกระแสโลกได้อย่างมัน่คงแข็งแรง

ความจริงแล้วทรัพยากรทุกอย่างในโลกใบนี้หาใช่เป็นของใครคนใดคนหนึ่งที่จะถือสิทธิบริโภคอย่างไร้เหตุผลตามใจตนเอง แต่คนเราเข้าใจไปเองว่าตนเป็นเจ้าของเพราะสามารถใช้เงินซื้อหามาได้ ที่จริงแล้วอาหารที่เราบริโภคทุกวันพลังงานที่เราใช้ในการเดินทางหรือผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครวมทั้งวัตถุสิ่งของที่เราใช้สิ้นเปลืองไปในวิถีการบริโภคปัจจุบันมันคือทรัพยากรของที่เป็นของโลกใบนี้ เป็นของมนุษยชาติโดย
ส่วนรวม เราคนใดคนหนึ่งไม่มีสิทธิที่จะบริโภคมันอย่างสิ้นเปลืองเกินพอดีและทิ้งขว้างให้สูญเปล่า

ไปอย่างไร้ค่า ดังนั้นสังคมไทยจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างจิตสำนึกแบบใหม่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการบริโภคให้เป็นการบริโภคบนหลักการของความถูกต้องและมีสัมมาทิฐิ เพื่อความมั่นคงยั่งยืนและแข็งแรงและมีคุณภาพของประเทศชาติให้ได้ มิฉะนั้นแล้วประเทศไทยเราก็จะตกเป็นทาสของการบริโภคนิยมที่ผิดเพี้ยนและมีแต่จะเสื่อมถอยอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ อย่างน่าเป็นห่วงยิ่ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ