head-banrongjaroen-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
วันที่ 25 มกราคม 2022 4:22 PM
head-banrongjaroen-min
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
หน้าหลัก » นานาสาระ » ท้องอืด สามารถใช้ยารักษาโรคระบบทางเดินอาหารได้หรือไม่

ท้องอืด สามารถใช้ยารักษาโรคระบบทางเดินอาหารได้หรือไม่

อัพเดทวันที่ 3 กันยายน 2021

ท้องอืด

ท้องอืด วิธีแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ การใช้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ สามารถปรับปรุงได้โดยการใช้แลคโตบาซิลัสเอซิโดฟิลลัส เนื่องจากการขาดแบคทีเรียที่เป็นพิษเป็นภัยเหล่านี้ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาหารไม่ย่อย ผู้ที่แพ้ผลึกนมสามารถเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ปรุงแต่งที่ไม่มีนมได้ ซึ่งจะหยุดหลังจากผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง

ควรดื่มน้ำส้มสายชู ให้ใช้น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์บริสุทธิ์ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 แก้ว โดยให้จิบระหว่างมื้อเย็นเพื่อช่วยย่อยอาหาร นอกจากนี้สามารถดื่มน้ำมะนาว 1 แก้วเมื่อตื่นนอนตอนเช้า เพราะมีผลในการรักษาและล้างเลือด ซุปข้าวและโจ๊กข้าวบาร์เลย์ มีผลกับอาการท้องอืด มีส่วนช่วยในลดอาการเสียดท้อง ให้ใช้น้ำ 5 ส่วนและข้าว 1 ส่วน ใช้ลูกเดือยหรือข้าวบาร์เลย์ก็ได้

จากนั้นให้ต้มเป็นเวลา 10 นาที ให้ปิดฝาหม้อและเคี่ยวต่อไปอีก 50 นาที หลังจากกรองและเย็นลงแล้ว ให้ดื่มวันละหลายๆ ครั้ง อาการท้องอืด เกิดจากอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ แบคทีเรียบางชนิดผลิตสารพิษในลำไส้ ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารเช่น โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป

อาจทำให้ท้องผูกและท้องอืดได้ กิจวัตรประจำวันไม่ปกติ นอกจากนี้ ยังอาจวัดค่าได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลำไส้หิวหรืออิ่มมากเกินไป ส่งผลให้ลำไส้เคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไปเป็นเวลานาน การกินมันมากเกินไป ทำให้ลำไส้ย่อยยาก อาหารที่มีโปรตีนสูงหรือไขมันสูง สามารถเปลี่ยนพืชในลำไส้ได้ง่าย

ซึ่งไม่เอื้อต่อการอยู่รอดของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ หากรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ไลเปสและโปรตีเอสของร่างกายจะถูกดูดซึมจนหมด อาจเกิดจากการกินเร็วเกินไป ทำให้น้ำย่อยและอาหารผสมกันจนหมด ทำให้ย่อยสลายได้ไม่เต็มที่ ทำให้ลำไส้เสียหาย

ยาชนิดใดที่ท้องบวมตลอดเวลา ยาเคลื่อนไหวในกระเพาะอาหาร สามารถเร่งการล้างข้อมูลในทางเดินอาหาร ส่งเสริมการบีบตัวของทางเดินอาหาร สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะอาหาร เนื่องจากมีผลชัดเจนในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบทางเดินอาหาร มีส่วนช่วยในการควบคุมแบคทีเรียในลำไส้ กรดแลคติกแบคทีเรียแลคเตส ซึ่งสามารถปรับแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้อาหารไม่ย่อย เอาการท้องอืดเกิดจากความผิดปกติ

สามารถใช้ยาช่วยย่อยอาหารได้ ยาเม็ดหลายเอนไซม์ ยาแผนโบราณ สำหรับการบริหารช่องปาก เพราะยังคงมีการทำงานของยาระบาย และย่อยอาหาร การควบคุมยารักษาความผิดปกติของกระเพาะอาหารเช่น บรรเทาอาการและปกป้องกระเพาะอาหาร เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะที่รักษาไม่หายเป็นเวลานาน

ยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร สามารถใช้สำหรับการดูแลสุขภาพประจำวันของระบบย่อยอาหารทางเดินอาหาร เพราะมีผลการดูแลสุขภาพที่ดีต่อความรู้สึกไม่สบายในทางเดินอาหาร ที่เกิดจากความเครียดทางจิตใจ และการรับประทานอาหารที่ไม่ได้รับการควบคุม มีผลการรักษาเสริมที่ดีในโรคกระเพาะเรื้อรัง แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการป้องกัน เพื่อรักษาอาการกำเริบของโรคกระเพาะ และบรรเทาอาการปวดท้องที่เกิดจากโรคกระเพาะ วิธีป้องกันท้องอืด การบีบอัดทางเดินอาหาร ท่อกระเพาะอาหารถูกส่งไปยังทางเดินอาหารผ่านทางโพรงจมูกหรือช่องปาก รวมถึงความดันโลหิตจะเชื่อมต่อกับด้านนอก ซึ่งก๊าซและของเหลวในทางเดินอาหารดูดออกได้ ช่วยลดแรงกดทับในทางเดินอาหาร เพื่อให้กล้ามเนื้อในทางเดินอาหารได้ ควรรอการฟื้นตัวของการทำงาน

ยาระบายบ่อยๆ หากมีอาการท้องผูก สามารถบีบไคไซลู หรือใช้ยาเหน็บกลีเซอรีนเข้าไปในไส้ตรง เพื่อที่จะระบายอุจจาระและก๊าซ รวมถึงความดันในลำไส้ใหญ่จะลดลง หากการขับถ่ายไม่สำเร็จ สามารถสอดเข้าทางทวารหนัก เพื่อไปถึงลำไส้ใหญ่ ก๊าซในลำไส้ถูกขับออกจากร่างกาย

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่สร้างก๊าซเช่น ถั่วและมันฝรั่ง หลังจากที่อาการท้องอืดหายไป สามารถใช้ยาเม็ดที่มีเอนไซม์หลายชนิด และการเตรียมโปรไบโอติก การอดอาหาร การฉีดยาเข้าเส้นเลือด เพื่อแก้ไขความผิดปกติของอิเล็กโทรไลต์ หากความเข้มข้นของโพแทสเซียมในเลือดต่ำเกินไปที่จะทำให้ท้องอืด โพแทสเซียมคลอไรด์ สามารถรักษาทางหลอดเลือดดำได้

ท้องอืด ท้องเฟ้อ สามารถบำบัดด้วยอาหารได้ สามารถใช้ส้มกับน้ำผึ้ง ให้นำส้มและน้ำผึ้ง 50 กรัม แช่ส้มในน้ำเพื่อขจัดความเปรี้ยว แล้วหั่น 4 ชิ้น ใส่ส้มและน้ำผึ้งลงในหม้อ เติมน้ำในปริมาณที่เหมาะสม นำไปต้มบนไฟ จากนั้นเคี่ยวประมาณ 20 ถึง 25 นาที แล้วนำส้มออกมา

โจ๊กบัว สามารถนำมาใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ข้าวจาโปนิก้า 100 กรัม น้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย ล้างบัวสดแล้วหั่นบางๆ ล้างข้าวจาโปนิก้า ใส่ข้าวจาโปนิก้ากับบัว จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงลงในหม้อ เติมน้ำปริมาณพอเหมาะ แล้วนำไปต้มด้วยไฟอ่อนๆ จนข้าวเปื่อยเป็นโจ๊ก ใช้เวลาวันละ 2 ครั้งสำหรับอาหารเช้าและอาหารเย็น

 

 

บทควาทที่น่าสนใจ :  โรคอัลไซเมอร์ วิธีใหม่ในการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ