head-banrongjaroen-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
วันที่ 25 มกราคม 2022 4:00 PM
head-banrongjaroen-min
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
หน้าหลัก » นานาสาระ » ติดเชื้อ ไมโคพลาสมานิวโมเนียอีต้องใช้วิธีการรักษาแบบใด

ติดเชื้อ ไมโคพลาสมานิวโมเนียอีต้องใช้วิธีการรักษาแบบใด

อัพเดทวันที่ 27 สิงหาคม 2021

ติดเชื้อ

ติดเชื้อ ไมโคพลาสมานิวโมเนียอี การรักษาโรคติดเชื้อไมโคพลาสมานิวโมเนียอี ต้องแยกทางเดินหายใจ การพักผ่อน ควรจัดหาน้ำและสารอาหารให้เพียงพอ การรักษาตามอาการ ควรหลีกเลี่ยงยากรดซาลิไซลิก เพื่อป้องกันภาวะเม็ดเลือดแดงแตก โดยทั่วไปแล้ว ให้ใช้ยาแก้ปวดลดไข้ที่ออกฤทธิ์ช้าและยาวนานเช่น อะซิโตซีฟีน คาร์โบไพรินแคลเซียม ไลซีน บูเพิลรูม จากนั้นเสริมด้วยการระบายความร้อนทางกายภาพ

เมื่อมีไข้สูง ควรใช้ยาแก้เสมหะ และบรรเทาอาการไอ ล้างน้ำมูก และให้ทางเดินหายใจไม่มีอะไรกีดขวาง จากนั้นพ่นยาและสูดดมหากจำเป็น การรักษาเพื่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ของการติดเชื้อไมโคพลาสมานิวโมเนียอี ตัวเลือกแรกคือ อิริโทรมัยซิน โดยให้ใช้ 30 ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวัน ให้รับประทาน 4 ครั้ง ผู้ใหญ่ 1.5 มิลลิกรัมต่อวันรับประทาน 3 ครั้ง โดยระยะเวลาการรักษาคือ 2 ถึง 3 สัปดาห์

ยาแมคโครแลคโตนชนิดใหม่เช่น ร็อกซิโธรมัยซิน มีผลข้างเคียงทางเดินอาหารน้อย ความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายสูง การแทรกซึมของเซลล์ที่แข็งแกร่ง ครึ่งชีวิตที่ยาวนาน ปริมาณน้อย 5 ถึง 10 มิลลิกรัมต่อวัน ให้รับประทาน 2 ครั้งการรักษาการ ติดเชื้อ ไมโคพลาสมานิวโมเนียอี

การดื่มน้ำต้มทางปาก สามารถบรรเทาลมและส่งเสริมปอด ขจัดภาวะชะงักงัน ขจัดเสมหะ และค่อยๆ ขับสารพิษออกจากปอด แพทย์เชื่อว่า โรคปอดบวมมักจะบุกรุกเครื่องป้องกันปอดด้วยอุณหภูมิลม หรือความร้อนจากลมหนาว ทำให้ปอดล้มเหลว ส่งผลให้อุณหภูมิลมและปอดปิด ทำให้ปอดเกิดการอุดกั้น ซึมเศร้า และความร้อน โดยร่างกายเป็นเสมหะ ความเมื่อยล้าของปอด ทำให้เกิดความร้อนเสมหะ และความเมื่อยล้าของปอด

การใช้ยาปฏิชีวนะในการติดเชื้อมัยโคพลาสมา สเตรปโตค็อกคัสนิวโมเนีย ตามลักษณะทางจุลชีววิทยาของยาปฏิชีวนะเช่น เพนิซิลลินที่สามารถขัดขวางการสังเคราะห์ผนังเซลล์จุลินทรีย์ ไม่ได้ผลกับมัยโคพลาสมา ดังนั้นในการรักษาโรคติดเชื้อไมโคพลาสมานิวโมเนียอี ควรใช้ยาปฏิชีวนะที่สามารถยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีน รวมทั้งยาต้านแบคทีเรีย เตตราไซคลีน คลอแรมเฟนิคอลเป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี ลินโคมัยซิน คลินดามัยซิน แวนโคมัยซินและซัลโฟนาไมด์ด้วยการยับยั้งดีเอ็นเอ ซึ่งจะบล็อกการจำลองดีเอ็นเอ และออกฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ไซโปรฟลอกซาซิน ออฟลอกซาซินและยาอื่นๆ ซึ่งมีความเข้มข้นสูงในการหลั่งของปอดและหลอดลม สามารถเจาะผนังเซลล์ และครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 6.7 ถึง 7.4 ชั่วโมง

มีสเปกตรัมต้านเชื้อแบคทีเรียในวงกว้าง และมีผลการรักษาที่ดีต่อไมโคพลาสมานิวโมเนียอี ระยะแรกคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทาน 2 ถึง 3 ครั้ง หรือแบ่งให้ทางหลอดเลือดดำ การป้องกันการติดเชื้อไมโคพลาสมานิวโมเนียอี
ควรให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรักษาสภาพจิตใจที่ดี และสร้างความมั่นใจในการต่อต้านโรคได้ สมาชิกในครอบครัวต้องติดตามผู้ป่วยมากขึ้น และให้การดูแลในชีวิต

ควรให้ความสนใจกับความถี่ และความลึกของการหายใจ หากมีอาการปากเขียว ให้อยู่ในท่ากึ่งนอนราบเมื่อหายใจลำบาก ควรให้ออกซิเจนเข้าไป หากเป็นไปได้ ให้ฉีดเพรดนิโซน หรือเดกซาเมทาโซนทางหลอดเลือดดำ เพื่อบรรเทาอาการ อาการ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายทุกวัน

ควรสังเกตความเปลี่ยนแปลง และอาการร่วมของไอ สำหรับผู้ที่มีเสมหะที่ไอไม่ง่าย ให้ตบหลังเบาๆ เพื่อช่วยขับเสมหะจากล่างขึ้นบน ส่วนผสมชะเอมเทศ หากนอนไม่หลับเพราะไอแห้ง สามารถรับประทานโคเดอีน 0.3 กรัม ควรรักษาห้องให้สะอาด และทำให้อากาศบริสุทธิ์ อุณหภูมิภายในอาคารโดยทั่วไปอยู่ที่ 18 ถึง 20 องศา และความชื้น 60 ถึง 65 เปอร์เซ็นต์

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวม วัคซีนฉีดเข้าใต้ผิวหนังที่ด้านนอกของต้นแขน โดยต้องฉีดเพียงครั้งเดียว และระยะเวลาป้องกัน โดยอาจถึงมากกว่า 5 ปี หลังการฉีดวัคซีน คนจำนวนเล็กน้อย อาจมีอาการบวมและปวดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด และคนจำนวนน้อยมาก ซึ่งน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ อาจมีไข้ต่ำ และสามารถฟื้นตัวได้ภายใน 2 ถึง 3 วัน

 

 

บทควาทที่น่าสนใจ :  กระดูก มีภาวะกระดูกเกินสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ