head-banrongjaroen-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
วันที่ 25 มกราคม 2022 3:03 PM
head-banrongjaroen-min
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
หน้าหลัก » นานาสาระ » ดาวเทียมไทยคม

ดาวเทียมไทยคม

อัพเดทวันที่ 5 มกราคม 2021

ดาวเทียมไทยคม

ดาวเทียมไทยคม

 

ดาวเทียมไทยคม ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ถูกส่งออกไป จากฐานยิงจรวด เพื่อให้เคลื่อนที่ไปรอบโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสำรวจและการสื่อสาร รวมทั้งบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่นการจัดทำแผนที่ แม้แต่การสอดแนมทางการทหาร ดาวเทียวดวงแรกของโลกคือ Sputnik 1 เป็นของสหภาพโซเวียต ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี ค.ศ.1957

ส่วนดาวเทียมดวงแรกของสหรัฐอเมริกาคือ Explorer 1 ถูกส่งขึ้นสู่วงจรเมื่อปี ค.ศ.1958 ตั้งแต่เริ่มต้นการส่งดาวเทียม มีดาวเทียมของประเทศต่างๆ กว่า 8,900 ดวงที่ถูกส่งขึ้นสู่ไปส่วนใหญ่เป็นดาวเทียมที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาวเทียมที่หมดอายุไปแล้วและเป็นขยะอยู่ในอวกาศมีเพียงบางส่วนที่ยังทำงานอยู่

ตั้งแต่เริ่มต้นที่โลกมีการให้บริการดาวเทียมประเทศไทยไม่เคยมีไม่มีดาวเทียมของตัวเองจนกระทั่งปี พ.ศ. 2534 รัฐบาลไทยในขณะนั้นจึงเปิดให้มีการประมูลเพื่อให้สัมปทานการให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมแก่ภาคเอกชน โดยให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าของสัมปทาน จากผลการประมูลบริษัทที่ได้สัมปทานในครั้งนั้นคือ

บริษัทชินวัตร แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันคือบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการได้รับสัมปทานจากรัฐเป็นเวลา 30 ปี และได้รับพระราชทานชื่อดาวเทียมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัขกาลที่ 9 ว่า “ไทยคม” (Thaicom) และถือว่าเป็นดาวเทียมประจำชาติไทย

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจการให้บริการสื่อสารทั้งดาวเทียมธรรมดา (Conventional Sattellite) และดาวเทียมความจุสูง (High Throughput Sattellite) รวมทั้งธุรกิจอินเตอร์เน็ตแบบบรอดแบนด์ คอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร

นับตั้งแต่ได้รับสัมปทานจากกระทรวงคมนาคมปี พ.ศ.2534 จนถึงปัจจุบัน บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาขน) ส่งดาวเทียมขึ้นไปแล้ว 8 ดวง และมีสถานีรับส่งภาคพื้นดินเพื่อเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายไปยังลูกค้า ดังมีรายละเอียดของดาวเทียมทั้งหมดดังต่อไปนี้

ดาวเทียมไทยคม1A เดิมคือไทยคม 1 เมื่อมีการย้ายตำแหน่งในอวกาศจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ไทยคม 1A เป็นดาวเทียมธรรมดา ถูกส่งขึ้นไปเมื่อปี พ.ศ. 2536  ปัจจุบันหมดอายุการใช้งานแล้ว

ดาวเทียมไทยคม2 เป็นดาวเทียมธรรมดา ถูกส่งขึ้นไปเมี่อปี พ.ศ. 2537 ปัจจุบันหมดอายุการใช้งานแล้วและตกลงสู่โลกเมื่อปี พ.ศ 2562

ดาวเทียมไทยคม3 เป็นดาวเทียมธรรมดา มีความสามารถส่งสัญญาณแบบ Direct-to-Home (DTH)  ถูกส่งขึ้นไปเมื่อปี พ.ศ. 2540 แต่หมดอายุการใช้งานไปเมื่อปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้า

ดาวเทียมไทยคม4 หรือ iPSTAR เป็นดาวเทียมความจุสูง เป็นดาวเทียมที่สามารถให้บริการ    อินเทอร์เน็ตที่ส่งข้อมูลเป็นแบบบรอดแบนด์ได้ มีความจุทั้งหมด 45 Gbps สามารถให้บริการความเร็ว 6 Mbps ที่ดาวน์โหลด และ 4 Mbps ที่อัพโหลด เป็นดาวเทียมสื่อสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ถูกส่งขึ้นไปเมื่อปี พ.ศ. 2548 ปัจจุบันยังทำงานอยู่  

ดาวเทียมไทยคม5 เป็นดาวเทียมธรรมดา ถูกส่งขึ้นไปเมื่อปีพ.ศ. 2549 เพื่อนำมาใช้งานแทนไทยคม 3 แต่ ดาวเทียมไทยคม 5 ได้หยุดทำงานไปแล้วเมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 เนื่องจากปัญหาด้านแบตเตอรี่และไม่สามารถแก่ไขได้

ดาวเทียมไทยคม6 เป็นดาวเทียมธรรมดา มีความสามารถส่งสัญญาณแบบ Direct-to-Home (DTH)  และ High Definition TV ส่งขึ้นไปเมื่อปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันยังทำงานอยู่

ดาวเทียมไทยคม7 เป็นดาวเทียมธรรมดา ส่งขึ้นไปเมื่อปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันยังทำงานอยู่

ดาวเทียมไทยคม8 เป็นดาวเทียมธรรมดา มีความสามารถส่งสัญญาณแบบ Direct-to-Home (DTH)  และ High Definition TV ส่งขึ้นไปเมื่อปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันยังทำงานอยู่

การให้บริการของดาวเทียมไทยคม 1 ถึง 6 อยู่ในรูปของสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กับหน่วยงานของรัฐ ในปัจจุบันคือกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอส โดยจะครบอายุสัมปทานในปี พ.ศ.2564 ตามสัญญาสัมปทานบริษัทจะเป็นผู้สร้าง ส่งมอบให้รัฐ และให้บริการ (Build-Transfer-Operate)

โดยบริษัทเป็นผู้จัดเก็บรายได้ทั้งหมดและแบ่งผลประโยชน์ให้รัฐตามอัตราที่ระบุในสัญญาสัมปทาน หลังจากนั้นดาวเทียมทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้ดูแลและบริหารจัดการโดยบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ต่อไป โดยปัจจุบันยังเหลือดาวเทียมที่ยังทำงานอยู่คือ ไทยคม 4 หรือ iPSTAR และไทยคม 6 

การให้บริการภายใต้สัญญาสัมปทาน 30 ปีที่ผ่านมา ยังมีประเด็นข้อพิพาทระหว่างบริษัทไทยคมฯ กับกระทรวงดีอีเอสที่ยังไม่มีข้อสรุปอยู่คือ

กรณีดาวเทียมไทยคม 4 หรือ iPSTAR ซึ่งเป็นดาวเทียมความจุสูงและทางบริษัทไทยคมฯ อ้างว่าเป็นดาวเทียมที่บริษัทไทยคมฯ จัดมาเพื่อเป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 ตามที่ระบุในสัญญาสัมปทาน ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาว่าดาวเทียมไทยคม 4 ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3

เพราะเป็นดาวเทียมคนละประเภทกันและมีความแตกต่างกันทางด้านคุณลักษณะโดยสิ้นเชิง จึงถือเป็นดาวเทียมดวงใหม่ซึ่งไม่ได้อยู่ในสัญญาสัมปทาน และบริษัทได้นำดาวเทียมดวงนี้ไปสร้างประโยชน์ทางธุรกิจเป็นหลักโดยไม่เคยมีการขอสัมปทานหรือการเปิดประมูลจากรัฐอย่างถูกต้อง แต่เรื่องนี้ได้เงียบไปและปัจจุบันดาวเทียมไอพีสตาร์ยังให้บริการตามปกติ

กรณีดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งบริษัทจัดมาเพื่อเป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 เกิดความเสียหายและไม่สามารถแก้ไขได้ก่อนหมดสัญญาสัมปทาน โดยบริษัทไม่สามารถสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นมาทดแทนไทยคม 5 ได้ และทำการเช่าช่องสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่นมาให้เป็นวงจรสำรองแทน

แต่กระทรวงดีอีเอสต้องการให้บริษัทฯสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นมาทดแทน ข้อพิพาทนี้ยังไม่มีข้อยุติ ขณะนี้กระทรวงดีอีเอสได้ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อเรียกค่าเสียหายและค่าชดเชยให้กับรัฐอยู่

ส่วนการให้บริการของดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 อยู่ในรูปของใบอนุญาตบริการจาก กสทช. เพื่อให้บริการสื่อสารดาวเทียม ในแบบการให้เช่าช่องสื่อสารเป็นเวลา 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2555 ถึง พ.ศ.2575 ประเด็นการขอใบอนุญาตจากกสทช.ของบริษัทฯ นี้ ทางกระทรวงดีอีเอสยังเห็นแย้งอยู่และยื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการเช่นกัน

ธุรกิจดาวเทียมเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงเนื่องจากมีหลายประเทศในย่านนี้ที่มีดาวเทียมเป็นของตัวเองเช่นเดียวกับประเทศไทย การให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมไทยคมต่อไปเมื่อหมดอายุสัมปทานน่าจะมาถึงจุดที่มีการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในปีหน้าและยังมีประเด็นที่จะต้องติดตามหลายเรื่องที่ยังไม่มีข้อสรุป

รวมทั้งศักยภาพและความพร้อมของบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่จะต้องรับมอบดาวเทียมส่วนที่ยังทำงานอยู่ภายใต้สัมปทานเดิมไปดูแลและบริหารจัดการการให้บริการต่อไปซึ่งทางบริษัทกำลังจัดเตรียมแผนการดำเนินการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานและแผนการด้านธุรกิจเพื่อส่งให้กระทรวงดีอีเอสพิจารณาต่อไป

 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ
โรงเรียนบ้านร่องเจริญ